รายละเอียด  
การกำกับดูแลการโฆษณาเครื่องสำอางใช้บทบัญญัติของ พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2535 และ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 เป็นหลัก พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ.2535 บัญญัติเกี่ยวกับเรื่องโฆษณาไว้ ดังนี้
มาตรา 37
ให้นำบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค ในส่วนที่เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคในด้านการโฆษณา มาใช้บังคับแก่การโฆษณาเครื่องสำอางโดยอนุโลม โดยให้ถือว่าอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรี และให้ถือว่าอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเครื่องสำอาง
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 ได้กำหนดนิยามที่เกี่ยวข้องกับโฆษณาไว้ ดังนี้
• โฆษณา หมายถึง การกระทำการไม่ว่าโดยวิธีใดๆ ให้ประชาชนเห็นหรือทราบข้อความ เพื่อประโยชน์ทางการค้า
• ผู้บริโภค หมายความว่า ผู้ซื้อหรือผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจ หรือผู้ซึ่งได้รับการเสนอ หรือการชักชวนจากผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้ซื้อสินค้าหรือรับบริการ และหมายความรวมถึงผู้ใช้สินค้า หรือผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจโดยชอบ แม้มิได้เป็นผู้เสียค่าตอบแทนก็ตาม
• ผู้ประกอบธุรกิจ หมายถึง ผู้ขาย ผู้ผลิตเพื่อขาย ผู้สั่งหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย หรือผู้ซื้อเพื่อขายต่อซึ่งสินค้า หรือผู้ให้บริการ และหมายความรวมถึงผู้ประกอบกิจการโฆษณาด้วย
มาตรา 22
การโฆษณาจะต้องไม่ใช้ข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือใช้ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม ทั้งนี้ ไม่ว่าข้อความดังกล่าวนั้น จะเป็นข้อความที่เกี่ยวกับแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ หรือลักษณะของสินค้าหรือบริการ ตลอดจนการส่งมอบ การจัดหา หรือการใช้สินค้าหรือบริการ
ข้อความดังต่อไปนี้ ถือว่าเป็นข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือเป็นข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม
• ข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง
• ข้อความที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้า หรือบริการ ไม่ว่าจะกระทำโดยใช้หรืออ้างอิงรายงานทางวิชาการ สถิติ หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอันไม่เป็นความจริงหรือเกินความจริง หรือไม่ก็ตาม
• ข้อความที่เป็นการสนับสนุนโดยตรงหรือโดยอ้อมให้มีการกระทำผิดกฎหมายหรือศีลธรรม หรือนำไปสู่ความเสื่อมเสียในวัฒนธรรมของชาติ
• ข้อความที่จะทำให้เกิดความแตกแยก หรือเสื่อมเสียความสามัคคีในหมู่ประชาชน
• ข้อความอย่างอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ข้อความที่ใช้ในการโฆษณาที่บุคคลทั่วไปสามารถรู้ได้ว่า เป็นข้อความที่ไม่อาจเป็นความจริงได้โดยแน่แท้ ไม่เป็นข้อความที่ต้องห้ามในการโฆษณาตาม (1)
มาตรา 23
การโฆษณาจะต้องไม่กระทำด้วยวิธีการอันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายหรือจิตใจ หรืออันอาจก่อให้เกิดความรำคาญแก่ผู้บริโภค ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 27
ในกรณีที่คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาเห็นว่าการโฆษณาใด ฝ่าฝืนมาตรา 22 มาตรา 23 มาตรา 24 (1) หรือมาตรา 25 ให้คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณามีอำนาจออกคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้
• ให้แก้ไขข้อความหรือวิธีการในการโฆษณา
• ห้ามการใช้ข้อความบางอย่างที่ปรากฏในการโฆษณา
• ห้ามการโฆษณาหรือห้ามใช้วิธีการนั้นในการโฆษณา
• ให้โฆษณาเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดของผู้บริโภคที่อาจเกิดขึ้นแล้ว ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณากำหนด
ในการออกคำสั่งตาม (4) ให้คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้บริโภค ประกอบกับความสุจริตใจในการกระทำของผู้กระทำการโฆษณา
มาตรา 28
ในกรณีที่คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณามีเหตุอันควรสงสัยว่า
• ข้อความใดที่ใช้ในการโฆษณาเป็นเท็จหรือเกินความจริงตามมาตรา 22 วรรคสอง (1) ให้คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณามีอำนาจออกคำสั่งให้ผู้กระทำการโฆษณาพิสูจน์เพื่อแสดงความจริงได้
• ในกรณีที่ผู้กระทำการโฆษณาอ้างรายงานทางวิชาการ ผลการวิจัย สถิติการรับรองของสถาบัน หรือบุคคลอื่นใด หรือยืนยันข้อเท็จจริงอันใดอันหนึ่งในการโฆษณา
• ถ้าผู้กระทำการโฆษณาไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าข้อความที่ใช้ในการโฆษณาเป็นความจริงตามที่กล่าวอ้าง ให้คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณามีอำนาจออกคำสั่งตามมาตรา 27 ได้ และให้ถือว่าผู้กระทำการโฆษณารู้ หรือควรรู้ได้ว่าข้อความนั้นเป็นความเท็จ
มาตรา 29
ผู้ประกอบธุรกิจผู้ใดสงสัยว่าการโฆษณาของตนจะเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้ประกอบธุรกิจผู้นั้นอาจขอให้คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาพิจารณาให้ความเห็นในเรื่องนั้นก่อนทำการโฆษณาได้ ในกรณีนี้คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาจะต้องให้ความเห็น และแจ้งให้ผู้ขอทราบ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาได้รับคำขอ ถ้าไม่แจ้งภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาให้ความเห็นชอบแล้ว
การขอความเห็นและค่าป่วยการในการให้ความเห็นให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณากำหนด ค่าป่วยการที่ได้รับให้นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
การให้ความเห็นของคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาตามวรรคหนึ่ง ไม่ถือว่าเป็นการตัดอำนาจของคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาที่จะพิจารณาวินิจฉัยใหม่เป็นอย่างอื่นเมื่อมีเหตุอันสมควร
การใดที่ได้กระทำไปตามความเห็นของคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาที่ให้ตามวรรคหนึ่ง มิให้ถือว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดทางอาญา รายละเอียดเกี่ยวกับการขอความเห็นเกี่ยวกับการโฆษณาเครื่องสำอาง ปรากฏอยู่ใน
• ระเบียบคณะกรรมการเครื่องสำอาง เรื่อง การขอความเห็น และค่าป่วยการในการให้ความเห็นเกี่ยวกับการโฆษณา พ.ศ. 2536
• ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง แนวทางการพิจารณาข้อความที่ใช้ในการโฆษณาเครื่องสำอาง และแนวทางในการแสดงหลักฐานเพื่อพิสูจน์ หรือสนับสนุนข้อความที่ใช้ในการโฆษณาเครื่องสำอาง
บทกำหนดโทษเกี่ยวกับการโฆษณาเครื่องสำอาง
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ 2522 มีบทกำหนดโทษเกี่ยวกับการโฆษณา ดังนี้
มาตรา 47
ผู้ใดโดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรือสาระสำคัญประการอื่นเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือผู้อื่น โฆษณาหรือใช้ฉลากที่มีข้อความอันเป็นเท็จ หรือข้อความที่รู้ หรือควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งกระทำผิดซ้ำอีก ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 48
ผู้ใดโฆษณาโดยใช้ข้อความตามมาตรา 22(3) หรือ(4) หรือข้อความตามที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 22 (5) หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตามมาตรา23 มาตรา 24 มาตรา 25 หรือมาตรา 26 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 49
ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาซึ่งสั่งตามมาตรา 27 หรือมาตรา 28 วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 50
ถ้าการกระทำตามมาตรา 47 มาตรา 48 หรือมาตรา 49 เป็นการกระทำของเจ้าของสื่อโฆษณา หรือผู้ประกอบกิจการโฆษณา ผู้กระทำต้องระวางโทษเพียงกึ่งหนึ่งของโทษที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น
มาตรา 51
ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 47 มาตรา 48 มาตรา 49 หรือมาตรา 50 เป็นความผิดต่อเนื่อง ผู้กระทำต้องระวางโทษปรับวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือไม่เกินสองเท่าของค่าใช้จ่ายที่ใช้สำหรับการโฆษณานั้น ตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม

ที่มาจาก http://www.fda.moph.go.th/fda-net/html/product/cosmetic/cosmetic/dat/cosmetic.htm


http://www.welovebabyface.com

http://www.morchulapremium.com
http://www.cosmeticsbrandbuilding.com

 

   รายละเอียด  



พระ ราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 เป็นกฎหมายคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคโดยตรง เมื่อผู้บริโภคถูกละเมิดสิทธิและได้รับความเสียหายจากการกระทำของผู้ประกอบ ธุรกิจซึ่งทำให้ผู้บริโภค อยู่ในฐานะเสียเปรียบแม้บางกรณีจะมีกฎหมายให้ความคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค โดยกำหนดคุณภาพ และราคาสินค้าและบริการอยู่แล้วก็ตาม และการผู้บริโภคแต่ละรายจะไปฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ประกอบ ธุรกิจเมื่อมีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคย่อมจะเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่าย เป็นการไม่คุ้มค่ากับผู้บริโภค ไม่อยู่ในฐานะที่จะดำเนินคดีได้ ฉะนั้นจึงมีพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 กำหนดให้ผู้บริโภคมีสิทธิ ร้องขอให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณาและดำเนินคดีแทนได้

การปกป้องสิทธิผู้บริโภค
ผู้บริโภค หมาย ถึง ผู้ที่ซื้อหรือได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ซึ่งได้รับการเสนอหรือ ชักชวนจากผู้ประกอบธุรกิจเพื่อให้ซื้อสินค้าหรือรับบริการเมื่อผู้บริโภคได้ ตัดสินใจในการซื้อสินค้าหรือใช้บริการจากผู้ประกอบธุรกิจรายใดแล้วปรากฏว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม ผู้บริโภคก็จะตกเป็นผู้เสียเปรียบและอาจได้รับความเสียหาย จึงได้มีการบัญญัติกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคขึ้นเพื่อคุ้มครองสิทธิ โดยได้บัญญัติสิทธิของผู้บริโภคไว้ 5 ประการ คือ
1. สิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ
2. สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ
3. สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ
4. สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา
5. สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค
กฎหมายของกระทรวงสาธารณสุข
พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522
ควบ คุมการออกใบอนุญาตการตั้งโรงงานผลิตอาหารและการนำเข้าอาหารเพื่อขาย ห้ามการผลิต การนำเข้ามาเพื่อขาย หรือขายอาหารไม่บริสุทธิ์ (อาหารที่มีสารหรือวัตถุเคมีเจือปนหรือมีสิ่งที่น่า จะเป็นอันตรายเจือปน) อาหารปลอม อาหารที่ผิดมาตรฐาน ฯลฯ ควบคุมการขึ้นทะเบียนและ การโฆษณา เกี่ยวกับอาหารซึ่งผู้ผลิตอาหารหรือผู้นำเข้าอาหารจะต้องขอขึ้นทะเบียนตำรับ อาหาร และจะต้องแจ้งรายการเกี่ยวกับ ชื่ออาหาร ชื่อและปริมาณวัตถุที่เป็นส่วนประกอบ ขนาดบรรจุ ฉลาก ชื่อผู้ผลิตและสถานที่ผลิต ผลการตรวจวิเคราะห์อาหารและรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง การควบคุมเกี่ยวกับโฆษณานั้นห้ามไม่ให้โฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพหรือสรรพคุณของอาหาร ที่เกินจริงหรือเป็นการหลอกลวงและที่ควรรับทราบเป็นอย่างยิ่ง คือได้มีการประกาศกระทรวง สาธารณสุข ซึ่งอาศัยอำนาจตามกฎหมายดังกล่าว กำหนดให้แสดงฉลากอาหารเป็นภาษาไทย


เมื่อ เราทราบกฎหมายต่างๆเกี่ยวกับผู้บริโภคแล้ว หากผู้บริโภครู้ตัวว่าถูกละเมิดสิทธิแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่จะดำเนินการคือการใช้สิทธิในฐานะของผู้บริโภคที่จะร้องเรียน ต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อที่ จะจัดการให้ผู้ประกอบธุรกิจที่เอารัดเอาเปรียบต่อผู้บริโภคได้รับผิดชอบต่อ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภคในการจำหน่วยสินค้าหรือให้บริการที่ไม่ ถูก ต้องของตน รวมถึงการร้องเรียนของผู้บริโภค จะเป็นการแจ้งเบาะแสให้ทราบ เพื่อที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจะได้เข้าไปดำเนินการตรวจ สอบการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการว่าเข้าข่ายว่าเป็นการเอาเปรียบหรือ ไม่ เพื่อที่ผู้บริโภครายอื่นจะได้ไม่หลงเชื่อไปซื้อสินค้านั้น ๆ ต่อไป

http://www.welovebabyface.com

http://www.morchulapremium.com

http://www.cosmeticsbrandbuilding.com/

edit @ 4 Feb 2012 10:57:12 by หมอจุฬาพรีเมี่ยม

เรื่อง สิวๆ ของคนวัย 30

posted on 31 Jan 2012 08:59 by morchula

ใครจะคิดว่าวัยอย่างเรา 30 ต้นๆ ยังต้องมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสิวๆ วิธีการดูแลผิวก็ไม่เหมือนกัยเด็กวัยรุ่น

1. ทำความสะอาดพู่กันแต่งหน้าและฟองน้ำ เพราะคุณใช้อุปกรณ์เหล่านี้กับเครื่องสำอางที่หลากหลาย และส่วนใหญ่สาว ๆ ก็จะใช้ติดต่อกันโดยไม่ทำความสะอาดเป็นเวลานานพอดู ดังนั้นควรทำความสะอาดให้บ่อย ๆ เพราะเครื่องมือแต่งหน้าเหล่านี้ เป็นตัวเก็บและกระจายแบคทีเรียตัวดีเลยล่ะ

2. ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันการเกิดสิวก่อนครีมชะลอริ้วรอยต่าง ๆ อ๊ะ แต่อย่าคิดว่าผลิตภัณฑ์ป้องกันสิวที่ว่านี้จะเป็นตัวเดียวกับที่เราเคยใช้ เมื่อตอนวัยรุ่นนะคะ เพราะสิวสาวกับสิวผู้ใหญ่ไม่เหมือนกัน และผลิตภัณฑ์ป้องกันสิวที่ช่วยแก้ปัญหาสิวสำหรับผู้ใหญ่ได้ดี ก็คือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ คาเฟอีน นิอาซินาไมด์ ยีสต์สกัด ซิงก์ซัลเฟต หรือไบโอตินค่ะ

3. ล้างหน้าสองครั้ง อย่าคิดว่าล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าบวกกับน้ำสะอาดเพียงครั้งเดียวก็ สะอาด เพราะอาจจะมีคราบและสิ่งสกปรกหลงเหลืออยู่ได้ โดยเฉพาะสาว ๆ ที่ชอบแต่งหน้า ให้ใช้โฟมหรือคลีนเซอร์ล้างหน้าตัวปกติล้างในครั้งแรก จากนั้นตามด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีส่วนผสมของซาลิไซลิคเอสิด จะช่วยทำให้หน้าสะอาดและป้องกันสิวได้เป็นอย่างดี

4. ขัดผิวสัปดาห์ละครั้ง การขัดผิวจะช่วยทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดลอกออกไป แต่สาว ๆ ก็ควรใช้ผลิตภัณฑ์ขัดผิวที่นุ่มนวลกับใบหน้านิดหนึ่งนะคะ เพราะไม่งั้นแล้วอาจจะไปทำลายผิวให้แก่เร็วได้ค่ะ

5. หลีกเลี่ยงขนมขยะ พวกขนมห่อกรุบกรอบที่หลาย ๆ คนชอบนั่นแหละ ตัวการทำให้เกิดสิวเลยล่ะ ไม่ว่าจะเป็นสาวแรกรุ่น หรือสาวปลาย ๆ ก็ตาม

6. หลีกเลี่ยงการใช้ครีมที่มีความมัน เพราะความมันจะกลายเป็นตัวดักจับฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก ทำให้คุณเป็นสิวได้ในที่สุดค่ะ

เอ้า คราวนี้ก็เป็นหน้าที่ของสาว ๆ แล้วล่ะค่ะ ที่จะต้องเริ่มปรนนิบัติผิวที่เป็นสิวด้วยวิธีข้างต้นนี้ รับรองว่าผิวสวยไร้สิวไม่ห่างไปไหนแน่นอน


http://www.welovebabyface.com

http://www.morchulapremium.com

http://www.cosmeticsbrandbuilding.com